Tel.02-311-1387, 02-311-3903 Fax.02-741-3551
Facebook

พระพรหมมงคลญาณ วิ. เมตตาเป็นประธานงานพิธีเททองหล่อพระประธาน 8 องค์ ณ วัดศรีรัตนธรรมาราม 08/02/63

พระพรหมมงคลญาณ วิ. เมตตาเป็นประธานงานพิธีเททองหล่อพระประธาน 8 องค์ ณ วัดศรีรัตนธรรมาราม 08/02/63

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ซึ่งตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 หรือวันมาฆบูชา อันเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พระเดชพระคุณพระพรหมมงคลญาณ วิ. (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล เถาบุญญนนท์วิหาร เมตตาเป็นประธานงานพิธีเททองหล่อพระประธาน 8 องค์ พระเกศแก้วจุฬามณีมหาเจดีย์ ณ วัดศรีรัตนธรรมาราม เพื่อประดิษฐานเป็นองค์พระประธานในพระมหาเจดีย์ทั้ง 8 องค์


เวลา 09.30 น. พระเดชพระคุณพระพรหมมงคลญาณ วิ. (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เดินทางถึงบริเวณมณฑลพิธี ดร. ศิริธัช โรจนพฤกษ์ กรรมการคุณวัฒน์และเลขาธิการมูลนิธิสถาบันพลังจิตตานุภาพฯ ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นพิธีกรกล่าวนำบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล พระครูปลัดบุรมณ์ เตชธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล เถาบุญญนนท์วิหาร ให้ศีล ต่อมา ดร. ศิริธัช โรจนพฤกษ์ กล่าวความเป็นมาในการจัดสร้างพระประธาน 8 องค์


จากนั้น พระเดชพระคุณพระพรหมมงคลญาณ วิ. (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เมตตากล่าวสัมโมทนียกถา มีใจความว่า


"พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย วันนี้ก็เป็นวันที่สำคัญอีกวันหนึ่ง ตรงกับวันมาฆบูชา วันมาฆบูชานั้นคือเป็นวันที่พระอรหันต์ 1,250 องค์ ได้มาประชุมกันที่เวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน เมืองราชคฤห์ และพระพุทธองค์ก็ได้ย่อคำสอน แนะนำแก่พระสาวกว่า สัพพะปาปัสสะอะกะระณัง การไม่ทำบาปทั้งปวง กุสะลัสสูปะสัมปะทา การทำบุญกุศลให้ถึงพร้อม สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การทำสมาธิ เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่เหตุไฉน ในวันนี้ได้กลายเป็นวันที่จะได้เททองหล่อพระประธาน ถึง 8 องค์ ก็เพราะเรามาสำนึกในตัวของเราเองว่า ในขณะนี้เราเป็นพุทธศาสนิกชน พระพุทธเจ้าได้แนะนำสั่งสอน การไม่ทำบาปทั้งปวง ก็คือ บาปนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ความเกิดความเดือดร้อนแก่ตนเองด้วยและแก่ผู้อื่นด้วย กุสลสูปสัมปทา พระองค์ก็ได้แนะนำว่าให้ทำบุญ โอกาสที่จะทำบุญนั้นก็มีหลายโอกาสด้วยกัน แต่โอกาสนี้เราถือเป็นโอกาสที่ใหญ่โตมาก เพราะการหล่อพระประธานนั้น ตามปกติก็จะหล่อกันเพียงองค์เดียว หรือเรียกว่าพระประธาน แต่ว่ามาใน 2563 ก็มาหล่อพระประธานถึง 8 องค์

การที่กระทำเช่นนี้เพื่อจะแสดงให้เห็นถึงกฤดาภินิหาร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ได้ทรงไว้ซึ่งกฤษดาภินิหาร มี 2 ประการ กฤษดาภินิหารในทางฤทธิ์ กฤษดาภินิหารในทางธรรมเทศนา เริ่มต้นจากธัมมจักกัปปวัตนสูตร ที่ทรงแสดงให้แก่ท่านปัญจวัคคีย์ทั้งห้า ให้ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ พวกเราก็เป็นพุทธศาสนิกชน แบบเดียวกับท่านปัญจวัคคีย์เหมือนกัน ต่างก็พากันน้อมรำลึกถึงความสำคัญในวันนี้ พร้อมกันกับน้ำใจของเราระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้แนะนำไว้ว่า การที่ไม่ทำความชั่วทั้งปวง ความชั่วนั้นสารพัดที่จะเกิดขึ้นจากอารมณ์ อารมณ์ที่เกิดขึ้นในตัวของตัวเรานี้วันหนึ่งวันหนึ่งมากมาย และอารมณ์มันชักชวนไปในทางดีบ้าง อารมณ์ชักชวนไปในทางที่ไม่ดีบ้างเรียกว่าทางชั่ว บางทีพระพุทธเจ้าก็แนะนำบอกว่า เราละความชั่วเสีย มาทำความดีกัน ก็ปรากฏว่าพุทธศาสนิกชนให้ความสนใจ ในสถานที่นี้คือวัดสร้างใหม่ขึ้นมาเรียกว่า วัดศรีรัตนธรรมาราม ได้ปรากฏใหม่ขึ้น แล้วปรากฏใหม่พร้อมกันนี้ผู้ที่มาสนับสนุนวัดศรีรัตนธรรมาราม ก็ล้วนแต่เป็นผู้ที่ได้ทำความดีที่พระพุทธเจ้าแนะนำว่า การทำสมาธิ การทำบุญอื่น ๆ ด้วย การที่พวกเราทั้งหลาย ได้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันทำสมาธิ นับสิบนับร้อยนับพันนับหมื่นนับแสน ก็มาทำสมาธิเพื่อที่จะได้กำจัดอารมณ์ อารมณ์ที่ทำให้เราต้องเกิดความเดือดร้อนก็คือ อารมณ์ประทุษร้าย นั้นย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นในจิตใจของเราทุกคน แต่เราก็มีธรรมโอสถที่เป็นธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแนะนำไว้ไม่ให้สิ่งร้ายเหล่านั้นต้องแผ่กระจายออกไป การแผ่กระจายสิ่งร้ายต่างๆ นั้น ทำความเสื่อมให้เกิดขึ้นแต่ละจุด ถ้าใครทำความชั่ว ที่ไหนจุดไหนทำความชั่วเยอะจุดนั้นก็เรียกว่าเป็นจุดอันตราย เราก็รู้ว่าจุดอันตรายก็ไม่ต้องไป เราเห็นกองไฟอยู่ข้างหน้า เราเห็นกองไฟตั้งอยู่ข้างหน้า เราจะเดินเข้าไปย่ำอย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่ พระพุทธองค์ทรงแนะนำแล้วว่าให้หลีกเลี่ยง หลีกเลี่ยง สิ่งที่ความชั่วนั้นมันทำพังก็ไม่ใช่เฉพาะตัวเรา มันทำความชั่วเป็นหมู่เป็นคณะ เป็นพรรคเป็นพวกขึ้นมาแล้ว ก็ทำให้ ความไม่สงบเกิดขึ้นในที่นั้น ๆ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นแก่พระพุทธศาสนา
เพราะฉะนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้แสดงว่า สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การทำสมาธิ การทำสมาธินั้น เพื่อเป็นการกำจัดอารมณ์ อารมณ์ที่เรียกว่าเป็นอารมณ์ชั่ว เมื่อเกิดขึ้นมาก็กำจัดมันเสีย เห็นไฟเขากอง กองอยู่ข้างหน้าเนี่ย มันเป็นกองไฟมันไม่ใช่ธรรมดา เดินเข้าไปไฟมันก็ไหม้เอา แต่ว่า คนหูหนวกตาบอด ไม่เข้าใจ ก็จะรู้สึกว่ากองไฟนั้นเป็นกองอะไรไม่รู้เดินเข้าไปได้ เดินเข้าไปก็แน่นอน ก็ต้องตาย ไฟมันไหม้เอา ทำไมถึงไม่ดู ตาหูไปไหนเสีย
พระพุทธเจ้าพระองค์ก็เลยทำวันเปิดโลก ให้เป็นวันมาฆบูชานี่เป็นวันเปิดโลก ว่าพากันตื่นขึ้นเถิด อย่าพากันไปหลงงมงายอยู่ในสิ่งที่ชั่วร้าย สิ่งใดที่เป็นบุญเป็นกุศล สะจิตตะปะริโยทะปะนัง สิ่งใดที่เป็นบุญเป็นกุศลเป็นความดี ก็ช่วยกันทำ เมื่อเห็นกองไฟเข้าแล้วก็มีสติซะบ้าง อย่าทะเร่อทะร่าเดินไป เดี๋ยวเท้าก็ไหม้ มือก็ไหม้ ตัวก็ไหม้ ใจก็ไหม้ ไหม้กัน แล้วไม่ใช่ไหม้ตัวตนคนเดียว ทำให้คนอื่นไหม้ไปด้วย ไม่รู้เราจะอยู่ในฐานะอะไร ถ้าหากว่าไม่เข้าใจแล้วก็จะเดินเข้าไปฝ่ากองไฟ ก็ทำให้เกิดความหายนะเกิดขึ้น ในที่นั้น ๆ


เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจึงประกาศบอกว่าเรามาทำสิ่งมงคลกันเถิด ประกาศให้พากันช่วยกันสร้าง ไม่ว่าสมัยไหนที่เป็นพระพุทธเจ้าก็เป็น สมัยที่พวกเราจะเข้าใจว่าจะต้องละความชั่วประพฤติความดี แต่เพื่อที่จะได้มีหลักมีเกณฑ์ มีที่ไปที่มาก็จึงได้มีการสร้างพระประธานขึ้น เวลานี้พระเจดีย์กำลังต่อยอดเกิดขึ้น มองกันดูเห็นอยู่แล้วที่วัดศรีฯนี้ สร้างพระเจดีย์ยอดสูงถึง 8 ยอด 9 ยอด ในแต่ละยอดก็เป็นแต่ละองค์ของพระเจดีย์ ก็จะได้เป็นที่พัก เมื่อคิดถึงว่าอารมณ์มันมาเยอะนัก เราก็นึกถึงพุทโธพอนึกถึงพุทโธ จิตของเราก็รู้ว่า อ่อ สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การที่จะทำความดีเขาทำอย่างนี้ เอตัง พุทธานะ สาสะนัง พระพุทธเจ้ายอมรับแล้วว่าการไม่ทำความชั่วและทำความดีเป็นศาสนา เรียกว่าเราทำไปในทางที่ถูกต้อง


เราก็เห็นพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ได้ยินประกาศว่าวัดศรีรัตนธรรมารามจะได้หล่อพระประธานขึ้นถึง 8 องค์ แล้วก็มีเจ้าภาพที่จะถวายเป็นพุทธบูชากัน ต่างก็พากันมา มันจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแค่ไหน มาทั้งนั้น ไม่รู้มันจะใกล้ไกลแค่ไหน มาทั้งนั้น มารอบทิศรอบทางนี่แสดงให้เห็นว่า พวกเรานี้ ถือเป็นคณะที่เรียกว่า อยู่ในหูตาสว่าง ไม่มืด ไม่มน เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็มีความหวังได้ว่า พระพุทธศาสนายังจะอยู่ค้ำจุนโลกต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์สุขแก่มหาชนเป็นอันมาก เพราะฉะนั้น ในการกล่าวในวันนี้ ก็คิดถึงทุกคนทุกคนนั่นแหละ ที่ได้มาเสียสละเวลา เสียสละเวลาอันมีค่าเดินทางมาสุดขอบประเทศไทย มารวมกันที่นี่ มารวมทำไม รวมหล่อพระ หล่อพระก็เพื่อระลึกถึงว่า การที่เราจะลืมหูลืมตาขึ้นมาได้นั้น เพราะอาศัยพระ ถ้าหากว่า เราไม่ลืมหูลืมตาเราหลับตา เราก็อาศัยโจร อาศัยโจร โจรมันก็พาไปในทางที่ผิด ผิดตัวเองด้วย ผิดครอบครัวด้วย ผิดด้วยพรรคพวกด้วย ผิดทุกคนไปหมด เพราะความที่ อาศัยอารมณ์เป็นต้น ทำให้เราพากันมาคิดได้ว่าพระพุทธเจ้าได้สอนให้เราทำความดี ละความชั่ว เราก็พอใจ ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ก็ไม่ยอมย่นย่อท้อถอย ต่อสู้กัน ทั้งนี้เพื่อ ขจัดหายนะ ความชั่วร้ายต่างๆ ในที่สุดก็ได้ชื่อว่า เป็นพุทธศาสนิกชนที่ลืมตาอ้าปาก เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็หวังว่า ทุกท่านทุกคนที่มาในสถานที่นี้ ก็จะได้ร่วมใจกันบริจาคเอาให้ได้ แม้บาทนึง สลึงเฟื้อง อะไรก็เป็นเรื่องของการบริจาค การบริจาคนั้นเรียกว่า ลืมหูลืมตาขึ้นมา สะจิตตะปะริโยทะปะนัง พอลืมตาขึ้นมาทำความดีถูกต้องที่สุด 

ในโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ใหญ่โตมาก พระเจดีย์ก็ยังไม่ทันเสร็จ โบสถ์พระอุโบสถก็ยังไม่ทันเสร็จแต่ก็มองเห็นแล้ว มองเห็นความสำเร็จ เพราะว่าสร้างใหญ่ ทำไมถึงสร้างใหญ่โต ก็ปรากฏว่าพุทธศาสนิกชนเวลานี้เกิดมานิยมในการทำสมาธิกันมากขึ้น ไปที่ไหนแต่ก่อนมองไม่เห็นว่าที่ไหนเขาจะทำสมาธิกัน ไปที่ไหนก็มองไม่เห็นว่า ใครจะทำสมาธิกันที่ไหน ใครชวนกันทำสมาธิกันที่ไหนบ้าง ก็ไม่มี แต่ว่าเวลานี้มีอยู่ทุกจังหวัด สาขาของสถาบันพลังจิตตานุภาพสอนให้พวกเราทำสมาธิ เราก็ทำสมาธิกันจริงๆ พอประกาศทำสมาธิที่ไหน ก็ไม่ย่นย่อท้อถอย ต่อสู้เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความไม่ประมาท เพราะว่าเมื่อเราฝึกสมาธิ แล้วเราได้ทำสมาธิ เราถือว่าเราได้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาแล้ว เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่ปรากฏการณ์ได้เกิดขึ้นแล้วได้แก่ที่วัดศรีฯ ในขณะนี้ท่านทั้งหลาย ความดีนั้นตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เราทำสมาธิที่นี่ 5 นาที 10 นาที ครึ่งชั่วโมง ชั่วโมงนึง เป็นอมตะธรรมทั้งนั้น เรียกว่าเป็นธรรมที่ ไม่ตาย ร่างกายของเราตายไปก็จริง แต่ว่าอมตะธรรมเหล่านี้ไม่ตาย จะต้องอยู่กับเราไปจนตลอดจนกระทั่งถึงที่สุด

เพราะว่าในโอกาสนี้ก็ขอเชิญชวนท่านทั้งหลาย ได้ปฏิบัติสมาธิกันให้เต็มที่กันต่อไป ตัวอย่างที่เราพากันเห็นอยู่เวลานี้ก็คือ ละความชั่วประพฤติความดี ความสุขก็เกิดขึ้น ขอความสุขที่เกิดขึ้นด้วยกายและวาจาใจ และความปรารถนาให้ท่านทั้งหลายได้ประสบผลสำเร็จทุกคนทุกคนเทอญ"

หลังจากนั้น คุณสุพิน โมฬีนนท์ โรจนพฤกษ์ ถวายทองคำเพื่อเททองหล่อพระประธาน ดร. ศิริธัช โรจนพฤกษ์ เป็นตัวแทนสาธุชนถวายทองคำเพื่อเททองหล่อพระประธาน


ต่อมาเวลาประมาณ 9.45 น. พระเดชพระคุณพระพรหมมงคลญาณ วิ. (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ไปยังแท่นเททองหล่อพระประธาน เพื่อประกอบพิธีเททองหล่อพระประธานประจำพระมหาเจดีย์ 8 องค์ หลังจากนั้นตัวแทนเจ้าภาพสร้างพระประธานทั้ง 8 องค์ ประกอบพิธีเททองตามลำดับ ดังนี้


1. ทิศทักษิณ (ทิศใต้) พระพุทธรูปสมัยศรีวิชัย (ปางสมาธิ)
เจ้าภาพ พระพรหมมงคลญาณ วิ. พระภิกษุ-สามเณร และ คุณสุพิณ โมฬีนนท์ โรจนพฤกษ์ อาจารย์นิภาพร บัวทอง กรรมการมูลนิธิฯ กรรมการบริหารสถาบันพลังจิตตานุภาพ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประธานกรรมการบริหารจัดการหลักสูตรทั่วไป และคณะ


2. ทิศอุดร (ทิศเหนือ) พระพุทธรูปสมัยเชียงแสน (ปางมารวิชัย)
เจ้าภาพ ดร. ศิริธัช โรจนพฤกษ์


3. ทิศบูรพา (ทิศตะวันออก) พระพุทธรูปสมัยทวารวดี (ปางแสดงพระธรรมจักร)
เจ้าภาพ คุณวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล


4. ทิศประจิม (ทิศตะวันตก) พระพุทธรูปสมัยลพบุรี (ปางมารวิชัย)
เจ้าภาพ คุณประดิษฐ์ บัวน้ำจืด / คุณชูชาติ - คุณนภาพร พูลเจริญ / คุณไพฑูรย์ อ้นเจริญ / คุณณัญญา อ้นเจริญ / คุณพัชรา เหมนิลรัตน์ / คุณอัญชัญ - คุณธเนศ คูวินิชกุล / คุณประชิด - คุณณฤดี ศรีวิโรจน์ และครอบครัว / คุณอัจฉรา ตรงวงศา


5. ทิศหรดี (ทิศตะวันตกเฉียงใต้) พระพุทธรูปสมัยอยุธยา (ปางมารวิชัย)
เจ้าภาพ คุณเขมไชย รสานนท์ และคุณอัจฉราพร ศิริไพรวัน


6. ทิศอาคเนย์ (ทิศตะวันออกเฉียงใต้) พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง (ปางมารวิชัย)
เจ้าภาพ คุณสาคร สุขศรีวงศ์ / คุณนิวัฒน์ แจ้งอริยวงศ์ / คุณรัชนีพร พุคยาภรณ์ / คุณฐิติพร รัตนเพียร / คุณธิติธรรม และคุณขวัญศิรินทร์ โรจนพฤกษ์


7. ทิศพายัพ (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) พระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ (ปางสมาธิ)
เจ้าภาพ คุณมารชัย กองบุญมา


8. ทิศอีสาน (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย (ปางมารวิชัย)
เจ้าภาพ คุณสัญญา เกิดมณี นายกเทศมนตรีตำบลเกาะช้าง และคณะ

เจ้าภาพทั้งหมดถวายแผ่นทอง แด่ พระเดชพระคุณพระพรหมมงคลญาณ วิ. (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ตามลำดับ จากนั้น พระเดชพระคุณพระพรหมมงคลญาณ วิ. (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) หย่อนแผ่นทองลงในแบบ พนักงานเททองประกอบพิธีเททอง พระสงฆ์ 9 รูป เจริญชัยมงคลคาถา พนักงานลั่นฆ้องชัย

หลังจากประกอบพิธีเททองหล่อพระประธาน ครบทั้ง 8 องค์แล้ว ตัวแทนเข้าถวายจตุปัจจัย ไทยธรรม แด่พระสงฆ์ทั้ง 9 รูป คุณสุพิณ โมฬีนนท์ โรจนพฤกษ์ และอาจารย์นิภาพร บัวทอง เป็นตัวแทนสาธุชนเข้าถวายพานสายสิญจน์ต้นผ้าป่า แด่พระเดชพระคุณพระพรหมมงคลญาณ วิ. (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)